User
×

ประวัติและความเป็นมา

ชุมชนเกษตรอินทรีย์หมู่บ้านหนองหอย ต.กุดชุมแสง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ผ่านการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand และกำลังเติบโตก้าวไปสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์สากล มาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ (IFOAM) จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ บนพื้นที่ 50 ไร่ ปลูกเอง รับประทานเอง ได้ผันแปรมาสู่เกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน

ในปี พ.ศ. 2539 คุณอู๊ด ผู้นำชุมชนได้เล่าว่า หลังเรียนจบได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่เกิดภาวะฟองสบู่แตกนั้นมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง จึงได้กลับมาที่บ้านเกิด และพ่อแม่ก็มีอายุมากแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จะทำอะไร พอเห็นญาติพี่น้องทอผ้ากันอยู่แล้ว จึงเริ่มเย็บผ้าทอมาขาย จุดสำคัญในการย้อมผ้าทอมือหนองบัวแดง คือ โคลน ทุกขั้นตอนใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น อีกทั้งทุกขั้นตอนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระบวนการผลิตใช้วัสดุธรรมชาติล้วนๆ ลวดลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ คือ ลายไข่มดแดง นับเป็นจุดขายของกลุ่มและเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ

ด้านความเชื่อมั่นและความพร้อมในการเป็นหมู่บ้านอินทรีย์นั้น ช่วงแรกยังไม่ได้คิดทำเกษตรอินทรีย์ แต่คุณอู๊ดเองก็เกิดอยู่ในยุคที่ทำการเกษตรแบบธรรมชาติ จนช่วงเวลาหนึ่งญาติพี่น้องไม่สบาย ผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งจากสารตะกั่วที่ตกค้างอยู่ในเสื้อผ้า พี่อู๊ดจึงคิดว่าควรเริ่มและหันมาทำเกษตรอินทรีย์ ทำให้ริเริ่มปรับเปลี่ยนระบบ และเริ่มพัฒนาบุคลากรในชุมชนให้เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ โดยตั้งเป้าหมายว่า เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน อยู่อย่างพอเพียง ทำเกษตรพอเพียง  “ธรรมชาติจะเป็นผู้ช่วยเรา เมื่อเราเข้าใจวัฏจักรการอยู่รวมกัน เรียนรู้นิสัยของสิ่งมีชีวิต”

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ (ตร.ม)  :  พื้นที่จำนวน 50  ไร่ 
ระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ  :  เริ่มปี พ.ศ.2539 จากที่ดำเนินการเอง จนขยายกลายเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

ผู้นำ หรือคณะทำงานของหมู่บ้านอินทรีย์ (Organic Village)  
ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมชน  :  คุณอนัญญา เค้าโนนกอก  (ผู้นำชุมชน)  

  1. คุณจารุชา  ทองพินิจ (ผู้ดูแลเรื่องข้าวและปศุสัตว์) 
  2. คุณศศิกุล อ่อนเฉวียง (ผู้ดูแลการตลาด) 

เบอร์ติดต่อ   092-325-4655

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับ   :

  1. Organic Thailand ผ่านการรับรองในปี พ.ศ.2559 – 2561
  2. ปี พ.ศ. 2562 อยู่ระหว่างดำเนินการขอรับรองตามมาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ (IFOAM)

กระบวนการผลิต/การแปรรูปผลิตภัณฑ์ 

  1. ฝ้ายที่ปลูกจากในแปลงเกษตรอินทรีย์
  2. มีตัวหม่อนเลี้ยงไหม
  3. ขยายการปลูกฝ้ายอินทรีย์ในชุมชน โดยสมาชิก 180 คน เป็นผู้ปลูก และนำผลผลิตที่ได้มาสาวไหมเอง โดยสมาชิก 200 คน
  4. แหล่งที่มาของวัตถุดิบ : หาได้ในชุมชน เช่น ต้นมะเกลือ โคลนจากบ่อธรรมชาติ 

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์/การบริการ : ในพื้นที่ชุมชนมีต้นมะเกลือจำนวนมาก ผลของต้นมะเกลือสามารถนำมาใช้ย้อมผ้าให้มีสีดำ และยังค้นพบอีกว่าสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV ได้ อีกทั้งได้รับมาตรฐานด้วย 

นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร การทอผ้าฝ้าย การทอผ้าไหมแล้ว ยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้คือ เสน่ห์ของชุมชนหนองบัวแดง เพราะไม่ใช่แค่อยู่รวมกันในสังคมมนุษย์ แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรียกว่าตอบโจทย์การนำปัจจัยทั้ง 4 มาสร้างเป็นเครือข่ายชุมชน โดยยึดหลักตามศาสตร์ของพระราชา (ในหลวงรัชกาลที่ 9) คน สัตว์ ต้นน้ำ ลำธาร ป่าเขา ทุกอย่างเกื้อหนุนกัน อย่างลงตัว ดังคำพูดที่ว่า "เมื่อธรรมชาติให้เรา เราก็นำมาประยุกต์ใช้ และเราก็ต้องให้สิ่งที่ดีกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย" 

การบริหาร จัดการผลิตภัณฑ์/บริการของหมู่บ้านอินทรีย์
ในระยะเริ่มแรกการบริหารเป็นแบบร่วมกัน เนื่องด้วยเวลาของแต่ละคนมีจำกัด บ้างก็ติดธุระ จึงได้วางแผนการตลาดแบบกระจายออกไป โดยให้ทำตามความถนัดของแต่ละคน และให้บริหารจัดการได้เอง ได้ผลผลิตเท่าใด มีปัญหาในด้านใด ให้แต่ละคนนำสิ่งนี้มาแบ่งปันประสบการณ์กัน 

ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 อำเภอ ที่ได้ใช้ระบบจัดการและมีนโยบายการทำเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ อำเภอภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอภักดีชุมพล และอำเภอคอนสาร (ต่อต้านการสร้างโรงงาน)

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว/เส้นทางการท่องเที่ยว

  1. เที่ยวได้ทุกเดือน ทุกฤดูกาล 
  2. ฤดูร้อน เที่ยวลำธารเย็นๆ ชมนก ชมรอยเท้าไดโนเสาร์
  3. ฤดูฝน เที่ยวแปลงนา เก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ ชมสวนมะไฟ
  4. ฤดูหนาว เที่ยวฮีตสิบสอง คลองสิบสี่, งานประเพณีบุญกระธูป 1 ปี มีครั้ง ซึ่งเป็นงานบุญที่ใหญ่ที่สุด และกิจกรรมการเกษตร

สำหรับผู้ที่สนใจอยากมาเรียนรู้ดูงานการทอผ้าที่หมู่บ้านหนองหอย สามารถเดินทางมาพักโฮมสเตย์ที่ชุมชนหนองบัวแดง มีที่พักพร้อมอาหารเช้า/เย็น ไว้สำหรับบริหารนักท่องเที่ยว ขณะนี้กำลังจัดสร้างมุมพักผ่อนเพิ่ม มีคาเฟ่เล็กๆ บรรยากาศดี เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว รถทัวร์โดยสาร เครื่องบิน (ลงสนามบินขอนแก่นและต่อรถมาจังหวัดชัยภูมิ)
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวทราบข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม จากหน่วยงานภาคเอกชน ราชการที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ และอื่น ๆ เช่น นักข่าวมาพัก และการบอกต่อ เป็นต้น จำนวนนักท่องเที่ยง คนไทยประมาณ  300 คน/ต่อปี ชาวต่างชาติ 20 คน/ต่อปี ระยะเวลาการเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ประมาณ 1-7 วัน

ติดต่อ

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ :

พื้นที่จำนวน 50 ไร่

ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมมชน :

คุณอนัญญา เค้าโนนกอก (ผู้นำชุมชน)

เบอร์ติดต่อ :

092-325-4655


รูปภาพ