User
×

ประวัติและความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของหมู่บ้านท่าเดื่อน้อย เดิมชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน ในปี พ.ศ.2555 จึงได้รวมกลุ่มกันทั้งหมด 33 ครัวเรือน ขอใช้พื้นที่จากหน่วยบัญชาการทหารพิเศษ เรียกว่า "ไร่ทหารสารประชา" เป็นชุมชนเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่ 200 ไร่ ที่ได้รับรองตามมาตรฐาน Organic Thailand ในปี พ.ศ.2559

ด้วยความอนุเคราะห์ของผู้บัญชาการทหารบกได้แบ่งพื้นที่ให้ชาวบ้านส่วนหนึ่ง เพื่อช่วยกันดูแล และมีข้อตกลงร่วมกันว่าต้องเป็นเกษตรแบบปลอดสาร จนเกิดเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้องในชุมชน

การแบ่งพื้นที่ในการทำการเกษตร
ทหารได้มีส่วนร่วมจำนวน 20 ไร่ ในการปลูกข้าว, กล้วย 
ชาวบ้านกลุ่มปลูกข้าวโพด คนละจำนวน 10 ไร่
ชาวบ้านกลุ่มปลูกข้าว ครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือหากมีพื้นที่ใดเป็นที่ราบจะทำการปลูกข้าวเพิ่มในพื้นที่นั้น

ด้วยความเชื่อมั่นและความพร้อมในการเป็นหมู่บ้านอินทรีย์ จากการที่คุณพิมพ์ชญา ผาอุย (นอม) ผู้นำชุมชน มีความเชื่อมั่นว่าพื้นที่นี้สามารถทำเกษตรอินทรีย์ และสร้างเป็นชุมชนเกษตรอินทรีย์ได้ แม้ว่าชาวบ้านในชุมชนจะขอทำเพียงเกษตรปลอดภัย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและต้องการสร้างแรงผลักดันให้คนในชุมชนเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ คุณนอมจึงได้เริ่มศึกษาดูงานเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ และมีการส่งตรวจ Lab เป็นประจำเพื่อให้ได้มาตรฐานของเกษตรอินทรีย์

โรงพยาบาลชลบุรี ได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่มาศึกษาดูงานเรื่องขมิ้นชัน และวิทยาลัยเกษตรสิงห์บุรีได้ร่วมมือกับชุมชน มีบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ให้ชาวบ้านเรียนรู้การดำนา และแลกเปลี่ยนสินค้าในการตรวจสอบ เช่น ตะไคร์  ใบหม่อน  ใบเตย  ใบไผ่ เมล็ดทานตะวัน โดยส่งเข้าตรวจ Lab ทั้งหมดก่อนที่จะส่งเข้าโรงงาน พร้อมออกใบรับอนุญาต

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ (ตร.ม.)  :  พื้นที่การเกษตรอินทรีย์จำนวน 200 ไร่
ระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ  :  ปลายปี พ.ศ.2555  จนถึงปัจจุบัน

เกษตรอินทรีย์ พื้นที่ 200 ไร่ ปลูกอะไรบ้าง

  1. ข้าว 
  2. ข้าวโพด
  3. ผักพื้นบ้าน

เสน่ห์ของชุมชน

  1. สมุนไพรเป็นสินค้าขึ้นชื่อ เช่น ขมิ้นชัน หรือที่เรียกว่า 'โอสถพระนารายณ์'
  2. ด้วยพื้นที่อยู่อาศัยห่างไกลจากสถานพยาบาล จึงคิดว่าควรปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้เป็นยาในการรักษาและช่วยบรรเทาความเจ็บป่วย ผนวกกับพื้นที่บริเวณนี้ เป็นที่แห้งแล้งไม่มีน้ำ จึงทำให้ดินมีความเป็นด่างสูง มีค่ากลูคูมินนอยสูง 10.9 - 11.5 (สารสีเหลือง) ซึ่งนำมาใช้ในการปลูกเป็นสมุนไพรได้ดี 
  3. ปัจจุบันประชากรมีจำนวน 198 คน หรือประมาณ 55 ครัวเรือน มีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าวัยกลางคน แต่จำนวนเด็กมีน้อย ทางชุมชนจึงร่วมช่วยกันแปรรูปผลผลิตเกษตรที่ปลูกได้เองในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน
     

ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมชน   :  

  1. คุณนอม พิมพ์ชญา ผาอุย  (ผู้นำกลุ่มเกษตรอินทรีย์)  
  2. นายจรัญ รองสุวรรณ (ผู้ใหญ่บ้าน) 

เบอร์ติดต่อ   098-413-6818   E-Mail/ Line ID  : 098-413-6818   

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับ  

  1. Organic Thailand  ได้รับในปี พ.ศ. 2559 – 2560
  2. ยังไม่มีตรารับรองมาตรฐานอินทรีย์บนผลิตภัณฑ์ เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงอยู่ระหว่างรอตรวจคุณภาพของโรงงานแปรรูป ที่ทางชุมชนได้มีการประสานทำความร่วมมือกับไร่สานฝัน 2 (farm outlet) เพื่อขอให้ในพื้นที่มีโรงงานแปรรูปสินค้า

กระบวนการผลิต/การแปรรูปผลิตภัณฑ์ 

  1. กล้วยตาก
  2. ชาใบหม่อนผสมใบเตย
  3. ชาใบหม่อนผสมดาวอินคา

ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน ภายในพื้นที่ทำการเกษตรจะมี โรงอบร้อนโซล่าเซลล์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแปรรูปสินค้า (การอบในโรงอบร้อน ใช้ระยะเวลา 3 วัน) 

แหล่งที่มาของวัตถุดิบ : ผลผลิตในสวนเกษตร

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์/การบริการ : พืชสมุนไพร 

การบริหาร จัดการผลิตภัณฑ์/บริการของหมู่บ้านอินทรีย์

  1. บริหารจัดการโดยทหารหน่วยบัญชาการทหารพิเศษ 
  2. มีการใช้น้ำจากระบบโซล่าเซลล์ นำมาพักไว้ที่คลองไส้ไก่ และในอนาคตจะขุดคลองให้ลึกขึ้น 
  3. ปัจจุบันทางชุมชนกำลังเริ่มปลูกผักในครัวเรือน เพื่อบริโภคและส่งจำหน่ายที่โรงพยาบาลสุขภาพในชุมชน

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว/เส้นทางการท่องเที่ยว

  1. งานท่องเที่ยวประจำปี ทุ่งทานตะวันบาน เขาจีนแล 
  2. เส้นทางท่องเที่ยวชมเขื่อนป่าสัก
  3. ปั่นจักรยาน

ข้อมูลการท่องเที่ยว
กิจกรรมที่หมู่บ้านท่าเดื่อน้อย ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี นั้น นักท่องเที่ยวจะได้พบกับงานทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปี บนพื้นที่ 1,500 ไร่ ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น นั่งรถรางชมทุ่งทานตะวัน ปั่นจักรยาน กระโดดหอ ถ่ายรูปชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีร้านค้ามาออกร้านจำหน่ายสินค้ามากมาย  พร้อมจุดกางเต็นท์กว่า 100 ไร่ 

การเดินทาง 
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากจังหวัดลพบุรี ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ลพบุรี-สระบุรี) ถึงกิโลเมตรที่ 4 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3017 (ทางไปตำบลโคกตูม) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าวัดเวฬุวัน (ด้านซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าไปอีก ประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทุ่งทานตะวัน 
สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวลพบุรี – วังม่วง ผ่านทางเข้าวัดเวฬุวัน รถออกจากสถานีขนส่งลพบุรี ให้บริการระหว่างเวลา 06.00 – 17.30 น.

2. โดยรถสาธารณะ
ขาไป
นั่งรถตู้กรุงเทพ-ลพบุรี ไปลงตรงแยกพัฒนานิคม จะนั่งมอเตอร์ไซต์เข้าไปถึงทุ่งทานตะวัน โดยตรงหรือจะรอรถโดยสารแดง สายสระบุรี –วังม่วง ซึ่งอาจต้องรอนานหน่อย จะวิ่งผ่านบริเวณหน้าทางเข้าวัดเวฬุวัน แล้วเดินต่อไปอีกหน่อยถึงทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล 
ขากลับ
ขึ้นรถโดยสารสายสระบุรี –วังม่วง เช่นเดิม ไปลงตรงแยกพัฒนานิคม จากนั้นนั่งรถตู้สายสระบุรี-ลพบุรี ไปลงอำเภอพระพุทธบาท ต่อรถตู้สายลพบุรี-กรุงเทพ ซึ่งคิวรถจะจอดอยู่บริเวณวัดพระพุทธบาท สามารถเที่ยวชมได้

ช่องทางข้อมูลแนะนำหมู่บ้าน

  1. เพจเฟซบุ๊ก ทุ่งทานตะวันบานเขาจีนแล  
  2. https://www.facebook.com/ทุ่งทานตะวันบานเขาจีนแล-ลพบุรี-345278278929311/  
  3. เว็บไซต์ของจังหวัด (พาณิชย์จังหวัด) 

โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย หรือชาวต่างชาติ มากกว่า 10,000 คนต่อปี ส่วนมากจะมาเที่ยวในช่วงสิ้นปี หรือปลายฝนต้นหนาว ขึ้นอยู่กับแต่ละปีว่าสามารถจัดงานกิจกรรมได้ช่วงใด
 

ติดต่อ

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ :

ทหารได้มีส่วนร่วมด้วย 20 ไร่ ในการปลูกข้าว ปลูกกล้วย / ชาวบ้านปลูกข้าวโพด ปลูกคนละ 10 ไร่
ปลูกข้าว ครัวเรือนละ 10 ไร่

ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมมชน :

นอม พิมพ์ชญา ผาอุย (ผู้นำกลุ่มเกษตรอินทรีย์)

เบอร์ติดต่อ :

098-4136818


รูปภาพ