User
×

ประวัติและความเป็นมา

หมู่บ้านบ้านบัว หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เดิมเป็นพื้นที่ป่า มีบ้านเพียงสองหลัง คือ บ้านปู่ติ๊บ และบ้านย่าสมมากับปู่บัว ทั้งสองครอบครัวเดิมเป็นคนบ้านตุ่นกลาง มีอาชีพทำเกษตรกรรม พบว่าผืนป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการประกอบอาชีพ จึงย้ายมาตั้งรกรากที่นี่  ต่อมาเช้าวันหนึ่งในตอนใกล้รุ่ง ปู่บัวเป็นคนชอบเคี้ยวหมากจึงลงไปเก็บใบพลู ส่วนย่าสมมาก็เอาข้าวลงไปให้หมูที่เลี้ยงไว้ตามปกติ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อน คือ มีเสือเข้ามาทำร้ายและกัดคุณปู่บัวจนเสียชีวิต ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า 'บ้านบัว' แล้วเรียกต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน

บ้านบัว หมู่ที่ 4 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา แต่เดิมมีต้นไผ่จำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่ทำงานจักสาน ทำนา ปลูกพืชผัก ทำเกษตรแบบธรรมชาติโดยใช้มูลวัว มูลสัตว์ ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จนในปี 2528 หน่วยงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้เข้ามาช่วยสอนทำเข่ง จึงทำให้กลายเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน

การทำเกษตรอินทรีย์ แต่เดิมหมู่บ้านบ้านบัวได้ทำการเกษตรแบบธรรมชาติอยู่แล้ว และเริ่มทำเกษตรเคมีในภายหลัง ปี 2532 คนในหมู่บ้านได้เข้ารับการตรวจเลือดประจำปี ผลตรวจพบว่า 90% มีสารพิษปนเปื้อนในเลือด จึงได้วิเคราะห์สาเหตุของเรื่องนี้ และคิดว่าน่าจะเกิดจากการใช้สารเคมีในการเกษตร เช่น การปลูกข้าว ทำนา และปลูกพืชผักสวนครัว 

ด้วยความเชื่อมั่นและความพร้อมในการเป็นหมู่บ้านอินทรีย์ หลังพบปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีแนวคิดปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของคนในชุมชน ให้เลิกใช้สารเคมีทั้งหมด ก่อเกิดเป็นหมู่บ้านอินทรีย์ และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการทำเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนร่วมกันทำนาแปลงรวม มีการจัดตั้งเป็นสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ จนได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Rice Thailand  ก่อเกิดเป็นข้าวอินทรีย์บ้านบัว รวมทั้งได้ให้กระทรวงสาธารณสุขมาดำเนินการตรวจเลือดชาวบ้านในชุมชนเป็นประจำทุกปี พร้อมกับเริ่มทำการตรวจสภาพดิน น้ำ และให้แต่ละบ้านในชุมชนกักเก็บน้ำไว้ในบ่อพักน้ำ (น้ำในหมู่บ้านมาจากต้นน้ำบนภูเขาผีปันนาที่ไหลลงกระจายไปตามหมู่บ้าน)

ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของบ้านบัว ที่น้อมดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้นำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริงและความยั่งยืนแห่งชีวิต การันตีด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จมากมาย เช่น รางวัลรองชนะเลิศกลุ่มอาชีพดีเด่น ในโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขในปี 2551  รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงมั่งมีศรีสุขประจำปี 2552 ของจังหวัดพะเยา และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ประเภทชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2553 และปี 2554 

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ (ตร.ม)  :  หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา, พื้นที่ทำการเกษตรอินทรีย์จำนวน 1,000  ไร่
ระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ  :  ปี 2559 กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้มาเปิดให้ที่นี่เป็นหมู่บ้านอินทรีย์จนถึงปัจจุบัน
จำนวนประชากร  :  215 ครัวเรือน จำนวนประชากรประมาณ 700 คน 
มีพื้นที่ทำกินโดยรวม จำนวน 3,000 ไร่
ประชากรทำนา จำนวน  180  ครัวเรือน
ข้าราชการ พ่อค้า/แม่ค้า จำนวน 200 กว่าคน 
ทำไข่ ประมาณ 169 ราย

ผู้นำ หรือคณะทำงานของหมู่บ้านอินทรีย์ (Organic Village)  
ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมชน   :   นายบาล บุญก้ำ  (ผู้ใหญ่บ้าน)  / คุณนิด (ผู้ประสานงาน)  
เบอร์ติดต่อ   082-8957321 (ผู้ใหญ่บ้าน)  089-7758369 (คุณนิด)   
Appication : Banbua

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับ  

  1. Organic Thailand 
  2. มาตรฐาน IFOAM
  3. วัน / เดือน / ปี ที่ได้รับ :  ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน (ต่ออายุปีต่อปีและมีปีหนึ่งต่ออายุได้ถึง 3 ปี)
  4. วันหมดอายุ  :  ปี 2563

กระบวนการผลิต/การแปรรูปผลิตภัณฑ์ 

  1. มีโรงสีข้าว
  2. งานจักสานเข่ง สุ่มไก่ 
  3. ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ / จุลินทรีย์หน่อกล้วย 

แหล่งที่มาของวัตถุดิบ : ผลผลิตจากสวนเกษตรชุมชน
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์/การบริการ : หมู่บ้านท่องเที่ยวเศรษฐกิจพอเพียง (อินทรีย์) 

การบริหาร จัดการผลิตภัณฑ์/บริการของหมู่บ้านอินทรีย์
พื้นที่ขนาด 600 ไร่ เป็นผืนป่าไผ่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก)

  1. ไม้ไผ่ 1 ลำ สามารถแปรรูปเป็นเข่งได้ 6 ใบ ขายใบละ 18 บาท จำหน่ายได้ 90 – 100 บาท/วัน คิดเป็นรายได้ประมาณ 5,000 – 7,000 บาทต่อเดือน
  2. มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อสินค้าในหมู่บ้าน 2 – 3 ราย
    •     ผู้ใหญ่บ้าน รับซื้อเข่ง
    •     ร้านเฟอร์นิเจอร์ รับซื้อสุ่มไก่ 
    •     ลุงสุข รับซื้อสุ่มไก่และเข่ง 
  3. ข้าว รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ และแปรรูปจำหน่าย
  4. การท่องเที่ยว มีการบริหารจัดการ นำรายได้เข้าสู่ชุมชนเพื่อไปใช้พัฒนาต่อ เช่น หนึ่งคณะทัวร์เข้าพักโฮมสเตย์ในชุมชน เจ้าของบ้านจะเก็บหลังละ 2 บาท เพื่อเข้าชุมชน

ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว/เส้นทางการท่องเที่ยว

  1. บ้านพักโฮมสเตย์ 
  2. ฐานเรียนรู้ 15 ฐาน
  3. ปั่นจักรยาน
  4. ชมสวนเกษตรอินทรีย์ 
  5. เดินป่า ดูพืชพันธุ์ไม้ในป่าดงดิบ
  6. เยี่ยมชมเขื่อน

ข้อมูลการท่องเที่ยว
การเดินทางมาที่หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์บ้านบัวนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ทั้งทางรถยนต์ หรือนั่งเครื่องบิน โดยหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์บ้านบัวเป็นหมู่บ้านต้นแบบดีเด่นชนะเลิศตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็นเป็นสุข ” และหมู่บ้านพึ่งตนเอง ดีเด่นระดับจังหวัดพะเยา  

โดยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวมาพักได้มากถึง 200 คน หรือจะมาเป็นคณะทัวร์สามารถแจ้งความจำนงกับทางชุมชนล่วงหน้าได้ ห้องพักจัดเป็นสัดส่วนอย่างลงตัวในบ้านหลังเดียวกับเจ้าของบ้าน หมู่บ้านสะอาดน่ามอง อากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์สวยงาม อิ่มอร่อยกับบริการอาหารพื้นบ้านล้านนา เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ งานหัตถกรรมฝีมือ ท่านจะได้รับการต้อนรับและดูแลอย่างดี สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวิถีล้านนาและการต้อนรับด้วยน้ำใจไมตรีที่แสนอบอุ่น พร้อมกับเรียนรู้วิถีชีวิตบนความพอเพียง การันตีด้วยรางวัลต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงชนะเลิศระดับประเทศ

โดยนักท่องเที่ยวสามารถทราบข้อมูลได้จาก 3 ช่องทาง ได้แก่ 

  1. เพจเฟซบุ๊กของหมู่บ้าน 
  2. เว็บไซต์ของจังหวัด หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
  3. Line 

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ โดยผ่านคณะทัวร์ที่จัดมา เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน มีไกด์ล่ามแปลภาษาจากบริษัททัวร์ ดังนั้นจึงไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสาร  

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว และนอกจากที่พักโฮมสเตย์แล้ว ยังมีฐานเรียนรู้ต่างๆ จำนวน 15 ฐาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบทางคณะทัวร์ หรือความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น ภายใน 1 วัน อาจจะเข้าเยี่ยมชมฐานเรียนรู้ได้  1 – 2 ฐาน  ซึ่งในแต่ละฐานจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AR ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเล่น ผ่าน App บ้านบัว ซึ่งในแต่ละฐานจะมีป้ายแนะนำติดไว้ตามจุดต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์ในการเล่นกิจกรรม AR เพื่อดู Content ของแต่ละฐานได้ 

ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคณะที่มาศึกษาดูงาน คณะทัวร์ หรือกลุ่มชมรมปั่นจักรยาน ในแต่ละปีกลุ่มชมรมปั่นจักรยานจะมาในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี  สำหรับกลุ่มนักศึกษาดูงาน หรือคณะทัวร์ ขึ้นอยู่กับโปรแกรมของแต่ละกลุ่ม  ทางหมู่บ้านมีกิจกรรมแสดงวัฒนธรรมและประเพณีมากมาย เช่น รำวงย้อนยุค พิธีบายศรีสู่ขวัญ การดำนา ทำกับข้าว เดินป่า เก็บเห็ด เก็บผักพื้นบ้าน ค่าใช้จ่ายต่อท่าน จำนวน 300 บาท พร้อมอาหารเช้า 1 มื้อ 

ติดต่อ

ทำเล ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ :

1,000 ไร่ ของพื้นที่การเกษตรอินทรีย์

ชื่อผู้นำชุมชน / หัวหน้าชุมมชน :

1,000 ไร่ ของพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์

เบอร์ติดต่อ :

082-8957321 (ผู้ใหญ่บ้าน) 089-7758369 (คุณนิด)


รูปภาพ